วันอาทิตย์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2557

ข้อสอบ onet


1)ข้อใดแสดงความหมายของคอมพิวเตอร์ดีที่สุด
ก.เป็นอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์
ข.ควบคุมการทำงานด้วยซอฟต์แวร์
ค.เป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
ง.สามารถใช้งานกับอินเทอร์เน็ต
                                                                                                        เฉลยข้อ ค
2)ข้อใดไม่จัดอยู่ในระบบคอมพิวเตอร์
ก.Input Unit
ข.Output Unit
ค.Process Unit
ง.CPU
                                                                                                        เฉลยข้อ ค
3)ข้อใดไม่ใช่ปัจจัยในการใช้งานคอมพิวเตอร์
ก.ฮาร์ดแวร์
ข.ซอฟต์แวร์
ค.พีเพิลแวร์
ง.อินเทอร์เน็ต
                                                                                                        เฉลยข้อ ง
4)ข้อใดคือ ฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์
ก.โปรแกรมต่างๆที่ใช้งานกับคอมพิวเตอร์
ข.ผลสรุปของคอมพิวเตอร์
ค.เอกสารที่สร้างจากคอมพิวเตอร์
ง.แป้นพิมพ์
                                                                                                        เฉลยข้อ ง
5)ข้อใดคือ ซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์
ก.โปรแกรมต่างๆที่ใช้งานกับคอมพิวเตอร์
ข.อุปกรณ์ต่างๆที่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์
ค.เอกสารที่สร้างจากคอมพิวเตอร์
ง.กระดาษพิมพ์
                                                                                                        เฉลยข้อ ก
6)อุปกรณ์ใดใช้เก็บโปรแกรมและข้อมูลระหว่างการประมวลผล
ก.CPU
ข.RAM
ค.Hard disk
ง.Flash Drive
                                                                                                         เฉลยข้อ ก
7)การ์ดเชื่อมต่อเครือข่ายมักเรียกสั้นๆ ว่า
ก.Sound Card
ข.Modem Card
ค.VGA Card
ง.LAN Card
                                                                                                         เฉลยข้อ ง
8)แผ่นการ์ดแสดงผลมักเรียกสั้นๆ ว่า
ก.Sound Card
ข.Modem Card
ค.VGA Card
ง.LAN Card
                                                                                                        เฉลยข้อ ค
9)อุปกรณ์ใดทำหน้าที่แปลงไฟบ้านเป็นไฟเลี้ยงอุปกรณ์ต่างๆภายในเครื่องคอมพิวเตอร์
ก.Case
ข.AC Adapter
ค.Power Supply
ง.UPS
                                                                                                        เฉลยข้อ ค
10)อุปกรณ์ใดไม่ใช่อุปกรณ์รับข้อมูล
ก.แป้นพิมพ์
ข.เมาส์
ค.สแกนเนอร์
ง.โปรเจกเตอร์
                                                                                                        เฉลยข้อ ง

วันพุธที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ประเภทของคอมพิวเตอร์

ลักษณะและประเภทของคอมพิวเตอร์


 1. ซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ (Supercomputer) เป็นคอมพิเตอร์ที่มีประสิทธิภาพในการทำงานสูง มีขนาดของความจำมาก ตั้งอยู่ในห้องที่สามารถปรับอุณหภูมิได้ การใช้งานคอมพิวเตอร์ประเภทนี้มักในงานวิจัย เช่น การวิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียม การพยากรณ์อากาศ และงานอื่นๆที่มีการคำนวณซับซ้อน



ซุปเปอร์คอมพิวเตอร์
ที่มา  :  http://www.toptenthailand.com/display.php?id=576


 2. เมนเฟรมคอมพิวเตอร์ (Mainframe Computer) เป็นคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่มีประสิทธิภาพรองลงมาจากซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่สามารถเชื่อมโยงกับคอมพิวเตอร์ปลายทางได้จำนวนมาก ทำให้ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ได้พร้อมกันหลายร้อยคน จึงมักใช้ในองค์กรขนาดใหญ่



เมนเฟรมคอมพิวเตอร์
ที่มา  :  http://www.thaigoodview.com/node/10190


 3. มินิคอมพิวเตอร์ (Minicomputer) เป็นคอมพิวเตอร์ขนาดกลางที่มีประสิทธิภาพน้อยกว่าเมนเฟรมคอมพิวเตอร์ แต่สูงกว่าไมโครคอมพิวเตอร์ มักพบในองค์กรที่ใช้งานเฉพาะด้าน เช่น ประมวลผลงานบัยชี โดยนำไปเชื่อมต่อกับเครื่องปลายทางได้หลายคน โดยมีการประมวลผลที่อยู่ส่วนกลาง แล้วส่งผลไปที่เครื่องปลายทาง โดยที่เครื่องปลายทางไม่ต้องประมวลผลเอง




มินิคอมพิวเตอร์
ที่มา  :  http://www.tsu.ac.th/cst/course/computer_it/lesson3/lesson3-3.html

 4. ไมโครคอมพิวเตอร์ (Microcomputer) เป็นคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานอย่างแพร่หลาย ทีทั้งคอมพิวตอร์ส่วนบุคคลแบบตั้งโต๊ะ ซึ่งเหมาะกับการทำงานในสำนักงาน สถานศึกษา ที่บ้าน หรือคอมพิวเตอร์แบบพกพาไปในสถานที่ต่างๆได้ เช่น       โน๊ตบุ๊ก เป็นต้น



                                      คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ                        คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค
ที่มา  :  http://www.tsu.ac.th/cst/course/computer_it/lesson3/lesson3-3.html

วันพุธที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ตัวอย่างของระบบสารสนเทศ

การลงทะเบียนเรียน




การลงทะเบียนเรียนในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง นักศึกษาแต่ละคนสามารถเลือกเรียนวิชาที่สนใจ แต่ตัองเป็นวิชาที่กำหนดในหลักสูตร การลงทะเบียนแต่ละวิชามีข้อจำกัดคือ จำนวนนักศึกษาแต่ละห้องมีจำนวนจำกัด ดั้งนั้นการลงทะเบียนเรียนจึงต้องอาศัยข้อมูลจากการประมวณผล
แบบเชื่อมตรง เพื่อให้สามารถตรวจสอบได้ทันทีว่ามีวิชาอะไรเปิดสอนบ้าง วิชาใดมีผู้สมัครเรียนเต็มแล้ว ถ้าเต็มแล้วสามารถเปลี่ยนกลุ่ม
หรือวิชาใดแทนได้บ้าง

ขั้นตอนของการลงทะเบียนเรียนของนักศึกษาของมหมวิทยาลัยแห่งหนึ่ง มีดังนี้

1) นักศึกษานำรายวิชาที่สนใจจะเรียน ปรึกษากับอาจารย์ที่ปรึกษา เพื่อขอความชอบจากอาจารย์ที่ปรึกษา จึงนำไปลงทะเบียนเรียนได้

2) นักศึกษานำเอกสารการลงทะเบียนที่มีลายชื่ออาจารย์ที่ปรึกษา มาพบกับเจ้าหน้าที่ลงทะเบียน เจ้าหน้าลงทะเบียนป้อนข้อมูลเข้าคอมพิวเตอร์ โปรแกรมคอมพิวเตอร์จะทำการตรวจสอบวิชาที่บันทึกแต่ละวิชาว่าติดขัดข้อกำหนดใดหรือไม่ เช่น มีผู้ลงทะเบียนวิชานั้นเต็มแล้ว
ไม่สามารถลงทะเบียนได้ ต้องให้นักศึกษาเปลี่ยนกลุ่มเรียน หรือหากต้องการลงทะเบียนวิชาใหม่ ก็ต้องกลับไปขอ
ความเห็นชอบจากอาจารย์ที่ปรึกษาอีกครั้ง

3) โปรแกรมพิมพ์รายการที่นักศึกษาลงทะเบียนทั้งหมด พร้อมทั้งคิดค่าใช้จ่ายที่นักศึกษาต้องจ่ายเป็นค่าลงทะเบียนเรียน

4) นักศึกษาจายเงินและรับเอกสารใบเสร็จที่พิมพ์ด้วยคอมพิวเตอร์

5) เมื่อลงทะเบียนเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะมีข้อมูลในฐานข้อมูลที่บ่งบอกได้ว่า แต่ละวิชามีนักศึกษาผู้ใดลงทะเบียนเรียนบ้าง นักศึกษาลงทะเบียนรวมทั้งสิ้นกี่คน พร้อมทั้งพิมพ์รายงานการลงทะเบียน
ของนักศึกษาในแต่ละรายวิชา แจ้งให้อาจารย์ที่สอนวิชานั้น ๆ ทราบ

6) ในกรณีที่นักศึกษาต้องการเพิ่มหรือถอนการลงทะเบียนในภานหลัง ซึ่งอยู่ในระยะเวลาที่อนุญาต นักสึกษาสามารถดำเนินการโดยขออนุญาตการเพิ่มหรือถอนจากอาจาารย์ที่ปรึกษาและอาจารย์ประจำวิชา และนำเอกสารมาให้เจ้าหน้าที่ป้อนรหัสที่เพิ่มหรือถอนโปรแกรมจะตรวจสอบกับฐานข้อมูล และพิมพ์รายการทางการเงิน พร้อมทั้งปรับปรุงฐานข้อมูลให้ถูกต้องอยู่เสมอ ข้อมูล
ในระบบการลงทะเบียนของสถานศึกษา มีการเปี่ยนแปลงและทำให้ทันสมัยอยู่ตลอดเวลา สามารถเรียกใช้หรือตรวจสอบได้ทันที ข้อมูลเหล่านี้จะนำไปใช้ประโยชน์ในการจัดการศึกษาต่าง ๆเช่น การจัดตารางสอน การจัดห้องสอบ การปรับปรุงข้อมูลคะแนน รวมถึงการรายวานผลต่าง ๆ 

ประโยชน์ของระบบสารสนเทศ

ประสิทธิภาพ




1) ระบบสารสนเทศทำให้การทำงานของเรามีความรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยใช้กระบวนการของการประมวลผลของข้อมูลซึ่งจะทำให้สามารถเก็บรวบรวมข้อมูลจนกระทั่ง ประมวลผลและปรับปรุงข้อมูลให้ทันสมัยได้อย่างรวดเร็ว 
2) ระบบสารสนเทศจะช่วยในการจัดเก็บข้อมูลที่มีขนาดใหญ่ หรือข้อมูลที่มีปริมาณเยอะๆและช่วยทำให้เราสามารถเข้าถึงข้อมูล (access) เหล่านั้นมีความรวดเร็วอีกด้วย

3) ระบบสารสนเทศช่วยทำให้การติดต่อสื่อสารของเราเป็นไปอย่างรวดเร็วและการใช้เครือข่ายทางคอมพิวเตอร์ทำให้มีการติดต่อสื่อสารได้ทั่วโลกภายในเวลาที่รวดเร็วยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการติดต่อระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์กับเครื่องคอมพิวเตอร์ด้วยกัน (machine to machine) หรือว่าคนกับคน (human to human) หรือคนกับเครื่องคอมพิวเตอร์ (human to machine) และการติดต่อสื่อสารนี้จะทำให้ข้อมูลที่เป็นทั้งข้อความ เสียง ภาพนิ่ง และภาพเคลื่อนไหวสามารถส่งได้รวดเร็วทันใจ

4) รบบสารสนเทศช่วยลดต้นทุนได้โดยการที่ระบบสารสนเทศช่วยทำให้การทำงานที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลซึ่งมีปริมาณมากและมีความสลับซับซ้อนให้ดำเนินการไปได้ด้วยความเร็ว หรือการที่ช่วยให้เกิดการติดต่อสื่อสารได้อย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดการประหยัดต้นทุนการดำเนินการได้อย่างมากเลยทีเดียว

5) ระบบสารสนเทศช่วยทำให้การทำงานหรือการประสานงานระหว่างฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกันเป็นไปได้ด้วยดีโดยเฉพาะการหาระบบสารสนเทศนั้นออกแบบเพื่อให้เอื้ออำนวยต่อความสะดวกของหน่วยงานทั้งภายในและภายนอกที่อยู่ในระบบของซัพพลายทั้งหมด จึงทำให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดสามารถใช้ข้อมูลร่วมกันได้ และทำให้การประสานงานของหน่วยงานนั้นเป็นไปได้ด้วยดี 

ประสิทธิผล 


1) ระบบสารสนเทศจะช่วยในการตัดสินใจเป็นระบบสารสนเทศที่ออกแบบสำหรับผู้บริหาร ตัวอย่างเช่น ระบบสารสนเทศที่ช่วยในการสนับสนุนการตัดสินใจ (Decision support systems) หรือระบบสารสนเทศสำหรับผู้บริหาร (Executive support systems) จะมีความเอื้ออำนวยให้ผู้บริหารมีข้อมูลในการประกอบการตัดสินใจได้เป็นอย่างดี อันจะส่งผลให้การดำเนินงานนั้นบรรลุวัตถุประสงค์ได้

2) ระบบสารสนเทศช่วยในการเลือกผลิตสินค้าหรือบริการที่เหมาะสมกับระบบสารสนเทศจะช่วยทำให้องค์การนั้นทราบถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับต้นทุน ราคาในตลาดในรูปแบบของสินค้าหรือบริการที่มีอยู่ หรือจะช่วยทำให้หน่วยงานนั้นสามารถเลือกผลิตสินค้าหรือบริการที่มีความเหมาะสมกับความชำนาญ หรือทรัพยากรที่มีอยู่

3) ระบบสารสนเทศจะช่วยปรับปรุงคุณภาพของสินค้าหรือบริการให้ดียิ่งขึ้นและระบบสารสนเทศยังทำให้การติดต่อระหว่างหน่วยงานและลูกค้า สามารถดำเนินไปได้โดยถูกต้องและรวดเร็วยิ่งขึ้น ดังนั้นจึงช่วยให้หน่วยงานสามารถปรับปรุงคุณภาพของสินค้าหรือบริการให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าได้ดีขึ้นและรวดเร็วขึ้นอีกด้วย

4)ระบบสารสนเทศสามารถช่วยสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน (Competitive Advantage)ซึ่งปัจจุบัน ระบบสารสนเทศได้มีการนำมาใช้ตลอดทั้งระบบซัพพลายตัวอย่างเช่น (Supply Chain) เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน

5 ) ระบบสารสนเทศช่วยสร้างคุณภาพชีวิตในการทำงาน (Quality of Working Life)และ ระบบสารสนเทศจะต้องได้รับการออกแบบออกมาเพื่อที่จะทำให้ให้เกิดความสมดุลระหว่างความต้องการของมนุษย์และประสิทธิภาพของเทคโนโลยีได้

องค์ประกอบของระบบสารสนเทศ

ส่วนประกอบที่สำคัญของระบบสารสนเทศมี 5 ส่วนคือ

1. ฮาร์ดแวร์(เครื่องจักรอุปกรณ์)
2. ซอฟต์แวร์
3. ข้อมูล
4. บุคลากร
5.ขั้นตอนการปฏิบัติงาน
ส่วนประกอบทั้งห้าส่วนนี้ทำให้เกิดสารสนเทศได้ หากขาดส่วนประกอบใด หรือส่วนประกอบใดไม่สมบูรณ์ ก็อาจทำให้ระบบสารสนเทศ ไม่สมบูรณ์ เช่น ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ไม่เหมาะสมกับงาน ก็จะทำให้งานล่าช้า ไม่ทันต่อการใช้งาน การดำเนินการระบบสารสนเทศจึงต้องให้ความสำคัญ กับส่วนประกอบทั้งห้านี้
1.ฮาร์ดแวร์(เครื่องจักรอุปกรณ์) เป็นเครื่องมือที่ช่วยในการจัดการสารสนเทศ คอมพิวเตอร์ช่วยประมวลผล คัดเลือก คำนวณ หรือพิมพ์รายงาน ผลตามที่ต้องการ คอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์ที่ทำงานได้รวดเร็ว มีความแม่นยำในการทำงาน และทำงานได้ต่อเนื่อง คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่าง ๆ จึงเป็นองค์ประกอบหนึ่งของระบบสารสนเทศ clip_image004
2.ซอฟต์แวร์ คือลำดับขั้นตอนคำสั่งให้เครื่องคอมพิวเตอร์ ทำงานตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้ ซอฟต์แวร์ จึงหมายถึงชุดคำสั่งที่เรียง เป็นลำดับขั้นตอนสั่งให้คอมพิวเตอร์ทำงานตามต้องการ และประมวลผลเพื่อให้ได้สารสนเทศที่ต้องการ   
3.ข้อมูล เป็นวัตถุดิบที่ทำให้เกิดสารสนเทศ ข้อมูลที่เป็นวัตถุดิบจะต่างกัน ขึ้นกับสารสนเทศที่ต้องการ เช่น ในสถานศึกษามักจะต้องการ สารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลนักเรียน ข้อมูลผลการเรียน ข้อมูลอาจารย์ ข้อมูลการใช้จ่ายต่าง ๆ ข้อมูลเป็นสิ่งที่สำคัญประการหนึ่งที่มีบทบาทต่อการให้เกิด สารสนเทศ
4.บุคลากร เป็นส่วนประกอบที่สำคัญ เพราะบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถ และเข้าใจวิธีการให้ได้มาซึ่งสารสนเทศ จะเป็นผู้ดำเนินการ ในการทำงานทั้งหมด บุคลากรจึงต้องมีความรู้ความเข้าใจในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ บุคลากรภายในองค์กรเป็นส่วนประกอบที่จะทำให้เกิด ระบบสารสนเทศด้วยกันทุกคน เช่น ร้านขายสินค้าแห่งหนึ่ง บุคลากรที่ดำเนินการในร้านค้าทุกคน ตั้งแต่ผู้จัดการถึงพนักงานขาย เป็นส่วนประกอบที่จะทำให้เกิดสารสนเทศได้

clip_image007
5.ขั้นตอนการปฏิบัติ เป็นระเบียบวิธีการปฏิบัติงานในการจัดเก็บรักษาข้อมูลให้อยู่ในรูปแบบที่จะทำให้เป็นสารสนเทศได้ เช่น กำหนดให้ มีการป้อนข้อมูลทุกวัน ป้อนข้อมูลให้ทันตามกำหนดเวลา มีการแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องอยู่เสมอ กำหนดเวลาในการประมวลผล การทำรายงาน การดำเนินการ ต่าง ๆ ต้องมีขั้นตอน หากขั้นตอนใดมีปัญหาระบบก็จะมีปัญหาด้วย เพราะทุกขั้นตอนมีผลต่อระบบสารสนเทศ

ลักษณะสำคัญของระบบสารสนเทศ

โดยพื้นฐานของเทคโนโลยีย่อมมีประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้าได้ แต่เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับวิถีความเป็นอยู่ของสังคมสมัยใหม่อยู่มาก ลักษณะเด่นที่สำคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศมีดังนี้


  • เทคโนโลยีสารสนเทศช่วยเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ในการประกอบการทางด้านเศรษฐกิจ การค้า และการอุตสาหกรรม จำเป็นต้องหาวิธีในการเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานคอมพิวเตอร์และระบบสื่อสารเข้ามาช่วยทำให้เกิดระบบอัตโนมัติ เราสามารถฝากถอนเงินสดผ่านเครื่องเอทีเอ็มได้ตลอดเวลา ธนาคารสามารถให้บริการได้ดีขึ้น ทำให้การบริการโดยรวมมีประสิทธิภาพ ในระบบการจัดการทุกแห่งต้องใช้ข้อมูลเพื่อการดำเนินการและการตัดสินใจ ระบบธุรกิจจึงใช้เครื่องมือเหล่านี้ช่วยในการทำงาน เช่น ใช้ในระบบจัดเก็บเงินสด จองตั๋วเครื่องบิน เป็นต้น
  • เทคโนโลยีสารสนเทศเปลี่ยนรูปแบบการบริการเป็นแบบกระจาย เมื่อมีการพัฒนาระบบข้อมูล และการใช้ข้อมูลได้ดี การบริการต่าง ๆ จึงเน้นรูปแบบการบริการแบบกระจาย ผู้ใช้สามารถสั่งซื้อสินค้าจากที่บ้าน สามารถสอบถามข้อมุลผ่านทางโทรศัพท์ นิสิตนักศึกษาบางมหาวิทยาลัยสามารถใช้คอมพิวเตอร์สอบถามผลสอบจากที่บ้านได้
  • เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นสิ่งที่จำเป็น สำหรับการดำเนินการในหน่วยงานต่าง ๆ ปัจจุบันทุกหน่วยงานต่างพัฒนาระบบรวบรวมจัดเก็บข้อมูลเพื่อใข้ในองค์การประเทศไทยมีระบบทะเบียนราษฎร์ที่จัดทำด้วยระบบ ระบบเวชระเบียนในโรงพยาบาล ระบบการจัดเก็บข้อมูลภาษี ในองค์การทุกระดับเห็นความสำคัญที่จะนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้
  • เทคโนโลยีสารสนเทศเกี่ยวข้องกับคนทุกระดับ พัฒนาการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของคนเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี ดังจะเห็นได้จาก การพิมพ์ด้วยคอมพิวเตอร์ การใช้ตารางคำนวณ และใช้อุปกรณ์สื่อสารโทรคมนาคมแบบต่าง ๆ เป็นต้น
ที่มา http://www.pbps.ac.th/e_learning/combasic/information2.html

ความหมายของระบบสารสนเทศ

ระบบสารสนเทศ (Information System ) หมายถึง ระบบที่มีการนำคอมพิวเตอร์

มาช่วยในการรวบรวม จัดเก็บ หรือจัดการกับข้อมูลข่าวสารเพื่อให้ข้อมุลนั้นกลายเป็น
สารสนเทศที่ดี สามารถนำไปใช้ในการประกอบการตัดสินใจได้ในเวลาอันรวดเร็ว
และถูกต้อง

           ระบบสารสนเทศประกอบด้วยองค์ประกอบดังนี้
                      1. Hardware

 หมายถึงอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องในการจัดกระทำกับข้อมูล
ทั้งที่เป็นอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อื่น ๆ เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องคิดเลข
                       2. Software 

หมายถึง ชุดคำสั่ง หรือเรียกให้เข้าง่ายว่า โปรแกรม ที่สามารถ
สั่งการให้คอมพิวเตอร์ทำงานในลักษณะที่ต้องการภายใต้ขอบเขตความสามารถที่เครื่อง
คอมพิวเตอร์ หรือโปรแกรมนั้น ๆ สามารถทำได้ ซอร์ฟแวร์แบ่งออกเป็น ซอร์ฟแวร์ระบบ
และ ซอร์ฟแวร์ประยุกต์
                      3 User

 หมายถึง กลุ่มผุ้คนที่ทำงานหรือเกี่ยวข้องกับระบบสารสนเทศ
                      4. Data

  หมายถึง ข้อเท็จจริงต่าง ๆ ที่อาจอยู่ในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น
ตัวหนังสือ แสง สี เสียง สัญญาณอิเล็กทรอนิกส์  ภาพ วัตถุ หรือ หลาย ๆ อย่างผสมผสาน
กัน ซึ่งข้อมูลที่ดีจะต้องตรงกับความต้องการของผู้ใช้
                       5. Procedure

 หมายถึง  ขั้นตอน กระบวนการต่าง ๆ ในการปฏิบัติงาน
ในระบบสารสนเทศ

                       เมื่อทั้่ง 5 ส่วนดังกล่าวข้างต้น ทำงานประสานกัน ส่งผลให้ข้อมูลเกิดการ
ประมวลผลและนำไปใช้ประโยชน์ นั่นก็คือ สารสนเทศ
                        ซึ่งสารสนทศนี้จะเป็นสารสนเทศที่ดี จะต้องเป็นสารสนเทศที่มีความถูกต้อง
ตรงกับความต้องการของผู้ใช้และทันเวลาในการใช้งาน
                        กล่าวโดยสรุปก็คือ กระบวนการสารสนเทศเป็นกระบวนการที่ทำให้เกิด
สารเสนเทศขึ้นมานั่นเอง ซึ่งจะต้องประกอบด้วยองค์ประกอบสำคัญ 5 ส่วน นั่นคือ
Hardware Software User  Procedure และ Data